[ARASHI-Fanfiction : Juntoshi] OVERLOADED THAT DAMN CUTENESS

posted on 02 Apr 2015 23:48 by sammie-aii

ช่วงนี้ติ่งวนลูปค่ะ กลับมากรี๊ดหนุ่มๆเอเชีย

แม่ขาาาาาา พี่จุนน่ากิน—————

วงนี้เป็นอะไรที่น่ารักเหลือเกินค่ะฮือออ เรายิ่งชอบพวกลุงๆด้อกแด้กๆด้วย ฮืออ

ตอนได้ดูF4สารภาพว่าหมั่นไส้ มัตสึโมโต้ จุน มากข่ะ ผู้ชายอัลไลลลล ฉันเกลียดคาร์แบบนี้ที่สุด— แต่พอมาดูนอกจอแล้ว โอเคค่ะ ถวายตัว ถวายใจ ถวายไตยกให้หมดตัว ฮรืววว รีด้าก็น่ารักเหลือเกิน ความคิ้วนั่นโอเวอร์โหลด บรู้มมมม /เหมี่ยวตายแล้ว เป็นบอยแบนด์ชิปได้ทุกคู่ทุกแพร์ไม่มีสงครามกองอวย /โบกพัดรัวๆ

(โปรดเบลอที่เวิ่นมาทั้งหมดนะคะ)

ความจริงแล้วเราแค่ต้องการฟิคอาราชิ แต่หายากมากติ่งอย่างเราๆเลยต้องแต่งเองT.,T

——————————————

Overloaded that damn cuteness

paring : Juntoshi

Rate : PG13 (I think)

————————————–

มัตสึโมโต้ จุน หลายครั้งที่คนลืมว่าเขาเด็กที่สุดในวง อาจเป็นเพราะเขาสูงรองลงมาจากไอบะ แถมหน้ายังแก่กว่านิโนะเสียอีก ไม่รวมนิสัยที่เป็นพวกรักความสมบูรณ์แบบ รวมถึงด้านมืดที่ใครๆก็บอกว่า มัตสึจุนโดะเอสสุดๆ อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นไอดอล แต่ผ่านไปแวบเดียวเหมือนกระพริบตา รูปพวกเขาก็สามารถหาได้ตามร้านขายของและผลิตภัณฑ์ทั่วไป มีสาวๆมาเป็นแฟนคลับมากมาย

ที่สำคัญ ตอนแรกจุนค่อนข้างกลัวนิดหน่อยเมื่อได้อ่านรายชื่อสมาชิกครั้งแรก

โอโนะ ซาโตชิ แก่ที่สุดในวง จุนวาดภาพไว้ว่าเป็นผู้ชายที่หล่อแบบสุดๆ ดูเป็นพี่ใหญ่อะไรประมาณนี้ แต่เมื่อวันที่ทั้ง5ได้เจอกันครั้งแรก โอโนะ ซาโตชิ คือบุคคลที่ตัวเล็ก แก้มป่อง ตาละห้อยเหมือนลูกหมา เดือนเข้ามาในห้องทำเอามัตสึจุนกลั้นขำแทบไม่อยู่

และทุกคนก็กลั้นขำไม่อยู่อีกเช่นกันเมื่อโอโนะผู้ดูไม่น่าจะทำอะไรเป็นดันเป่ายิ้งฉุบชนะทุกคน และได้ขึ้นมาเป็นลีดเดอร์ของวง (แน่นอนว่าหลายครั้งที่ทุกคนลืม จนทุกคนลงมติกันว่า ให้เรียกโอโนะว่า รีด้า ซะ จะได้ไม่ลืมว่าเขาคือหัวหน้า) แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ซากุไร โช จะเป็นคนทำหน้าที่ลีดเดอร์ก็ตามที

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สติจุนหลุดบ่อยๆ อันเนื่องมาจาก ลีดเดอร์คนนี้

เมื่อเทียบบุคคลที่หล่อที่สุด หรือเซกซี่ที่สุด หลายคนก็จะลงคะแนนให้จุน ไม่ก็ โช

ตรงสเปคสาวๆที่สุดคงจะเป็นนิโนะ ผู้น่ารัก และไอบะผู้แสนอบอุ่นราวกับพ่อบ้านเหลือเกิน

ส่วนโอโนะ?

จุนอยากจะทำโพลให้โอโนะเหลือเกิน ถ้ามีการโหวตเรื่องความน่าฟัดล่ะก็

จุนมั่นใจเต้มร้อยว่ารีด้าของเขาได้ตำแหน่งนี้ไปครองแน่ๆ

เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะเขาจะเป็นคนโหวตเองไงล่ะ…

ช่วงแรกๆที่ตั้งวง มัตสึจุนเข้าใจเพียงว่า โอโนะเป็นคนตลกๆที่หน้าบึ้งเหมือนลูกหมาพันธุ์เล็กๆ ที่บางครั้งก็ทำบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป หนึ่งปี สองปี สิบปี จุนคงต้องยอมรับได้แล้วว่าเขาหลงโอโนะเต็มๆ

“มัตสึจุนๆ” โอโนะเดินหน้าเรียบๆมาแตะไหล่น้องเล็กของวง จุนหันไป โอโนะไม่ได้แต่งหน้าทำผม ผมสีน้ำตาลที่ถูกย้อมฟูไม่เป็นทรงใบหน้าเล็กๆมีแก้มออกป่องเหมือนเด็กหญิงชั้นประถม ปากที่เชิดเหมือนจะร้องไห้ สภาพเหมือนเพิ่งตื่นจากนอนกลางวัน

โอ้ย  น่ารัก

“หือ?” จุนกำลังกินข้าวกล่อง หันไปมองพี่ใหญ่ของวง สะกดอาการบ้าคลั่งที่อยากจะกระโจนฟัดรีด้าจนตายคามือ(…)

“ข้าวกลางวันมีอะไรบางอ้ะ”

“คัตสึด้ง กับข้าวปั้น” จุนยกของในมือให้ดู โอโนะทำเพียงชะโงกมามอง

“อะไรเล่ารีด้า จ้องซะขนาดนั้น จะกินไหม ไม่งั้นฉันกินนะ” จุนเห็นอาการจ้องกล่องข้าวเหมือนเด็กเลยเอาตะเกียบเคาะหัวเข้าให้

“อยากกินโซบะอ้ะ” โอโนะงึมงำแล้วยู่ปาก “อยากกินอ้ะ”

“แล้วมาบอกฉันทำไมเนี่ย” จุนหัวเราะก่อนจะยัดคัตสึด้งเข้าปาก มองรีด้าที่ไม่ยอมแตะข้าวปั้น

“โชจังกับนิโนะอ้ะ”

“ออกไปข้างนอกแน่ะ” จุนใช้พลังของโดะเอสกลั้นอาการขำและอยากยีหัวโอโนะเอาไว้ “เห็นบอกจะไปกินโซบะ”

พอพูดเสร็จโอโนะก็ยู่หน้าหนักกว่าเดิม จุนได้แต่ขำหึๆในคอ

โอโนะทำปากยื่นงุงิๆ เอาคางพาดโต๊ะ

“ไม่กินหรอรีด้า” จุนถามอีกครั้งเมื่อโอโนะไม่มีวี่แววจะกินข้าวปั้นเลย

“อยากกินโซบะอ้ะ”

รอบนี้จุนต้องการแกล้งเขาจริงๆ เห็นหน้ายู่ๆแล้วยิ่งน่าแกล้งจริงๆ

เจ้าชายโดะเอสหยิบกล่องข้าวปั้นทำท่าจะแกะกิน โอโนะมองตามแต่ไม่แย่งคืน

“ฉันกินจริงๆนะ”

จุนหยิบข้าวปั้นเข้าปาก

“อร่อยออกรีด้า ไม่กินเดี๋ยวตอนเย็นไปตกปลาไม่ได้นา” จุนเลียเม็ดข้าวที่ติดนิ้ว

โอโนะยังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่

จุนยิ้มและกรีดร้องในใจ รอบนี้เขาไม่ตามใจลีดเดอร์หรอก ยิ่งอาการจุนก็ยิ่งสนุก

“โซบะอ้ะ” โอโนะเอาหน้าฟุบแล้วพูดเสียงอู้อี้ จุนขำเป็นบ้าเป็นหลัง เขาทนเก๊กต่อไม่ไหว

โอโนะเงยหน้าขึ้นมา

จุนกัดปาก ก่อนจะประกาศลั่น

“ก็ได้ๆ เดี๋ยวพาไปกิน”

โอโนะเอียงหน้าเหลือตามองน้องเล็กของวง ด้วยสีหน้าปรือๆ

“ไป ไม่ไป?”

“อื้ม” โอโนะยอมลุกจากเก้าอี้ เดินเหมือนคนง่วงนอนเอาหัวมาไถไหล่จุน

“อะไรเล่าา รีด้า ” จุนหดคอแต่โอโนะก็ยังทำตัวมือปลาหมึกกอดเอวจุนแน่น

“ง่วงอ้ะ”

“จะกินจะนอนเอาซักอย่างเซ่ะะ” จุนแหกปาก และอดหัวเราะไม่ได้กับท่าทางนั่น โอโนะหัวเราะตามก่อนจะยอมกลับมายืนท่าปกติก็ได้ จุนคว้าแว่นกันแดดเตรียมออกไปข้างนอก หันกลับมาพบว่าโอโนะใส่เสื้อคลุมหนังตัวหลวมโครกรูปซิปทีคอเสื้อปืดไปครึ่งหน้า มือหายเข้าไปในแขนเสื้อ มีแค่ลูกตากับขาช่วงเข่าลงมาเท่านั้นที่โผล่ออกจากเสื้อตัวใหญ่บัดซบนั่น

“รีด้า!! ” จุนหัวเราะค้าง โอโนะขำคึคึคึคึคึ จนตัวสั่นตาปิด เหมือนนกเพนกวินที่ไม่มีสีขาวและมีผมสีน้ำตาลออกฟูๆเหมือนฟางแปะอยูบนหัว

จุนพยามตั้งสติ กัดปากตัวเอง สองวิที่ห้องเงียบแล้วจุนคิดว่ารีด้าจะยอมถอดชุดนั่นออก

โอโนะกลับเดินด้อกแ้ดกเอียงซ้ายเอียงขวาเหมือนนกเพนกวิ้นจริงๆมาหาจุน

“ไปยัง?”

ยังจะมาถามอีก ให้ตายสิ เขาอยากจะกอดแล้วกัดคอฟัดแรงๆชะมัด

“อื้ม” จุนกัดปากล่างแล้วเดินนำออกไป โอโนะยังคงเดินเตาะแตะเหมือนนกเพนกวิ้นตามมาจนถึงหน้าประตูใหญ่ “เอาจริงดิ รีด้า”

โอโนะตัวสั่น พยักหน้าอื้ม

ดูสิใครจะบ้ากว่ากัน จุนเปิดประตูเดินออกไปแบบไม่แคร์ หันกลับมาพบว่าโอโนะกำลังดิ้นอยูในเสื้อคลุมหนังนั่น มือเล็กๆดุกดิ้กอยู่ในเสื้อพยามรูดซิปออก ก่อนหอบเอาเสื้อแขนลากพื้นไปโยนไว้ในห้องแล้ววิ่งตามจุนออกมาในในห้าวิถัดไป

จุนกัดริมฝีปากตัวเองอีกแล้วเป็นรอบที่ล้านแปดตั้งแต่อยู่กับโอโนะมา

“ไปดิ” โอโนะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดันแขนจุนไปขางหน้า

น้องเล็กโดะเอสใช้ความสามารถอันแข็งแกร่งเกินคนทั่วไป สะกดอาการอยากเอาหัวชนลีดเดอร์แล้วกอดเขาก่อนจะอยากจะงับจมูกเขาแรงๆเป็นรอบที่สิบของวันนี้

อากาศวันนี้เย็นสบาย จุนแอบดีใจเล็กๆที่ย่านนี้เป็นบ้านดาราอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวแฟนคลับจะตกใจแล้วกรี๊ดกร๊าด ร้องไห้ หรือพวกบ้าจัดๆที่จ้องฉีกเขาเป็นชิ้นๆ

จุนดูหล่อมากในเสื้อยืด กางเกงยีนส์ แว่นกันแดด ผมสีดำดัดลอนเล็กน้อยที่แม้จะไม่ได้เซ็ตแต่มันดูดีมากเหมือนปล่อยตัวทิ้งลงมาล้อมใบหน้าของมัตสึจุนเอาไว้

ส่วนพี่ใหญ่ โอโนะ ซาโตชิ เสื้อยืดเก่าที่ชอบใส่ไปตกปลา กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ผมสีน้ำตาลฟู

มันน่ารักมากสำหรับจุน

น้องเล็กเสยผม เปิดประตู เดินเข้าร้านโซบะเล็กๆที่หัวมุมถนน

“อ้าว จุน” นิโนะอุทานเมื่อเข้าเดินสวนออกจากประตูพร้อมซากุไรโช

“อ้าว กินกันเสร็จแล้วหรอ”

“เมื่อกี้เอง โชบอกอยากกินไอติม” นิโนะถูจมูก โชเอามือสับหลางหัวเข้าให้

“นั่นมันนายไม่ใช่หรอ” โชแย้ง เสียดายที่นิโนะหลังสันมือท่านนายกได้อย่างว่องไว

“แล้วทำไมมานี่อ้ะ เมื่อกี้บอกจะกินข้าวกล่องนี่”

“โอจังอยากกินโซบะน่ะสิ” จุนชี้ไปที่คนตัวเล็กที่เดินต้อยๆตามหลังเขามา

“โอ้ส”  โอโนะทักเบาๆ

“งั้นเจอกันที่สตูดิโอนะ” นิโนะโบกมือ โชเดินตามปิศาจน้อยไป จุนกับโอโนะทำเพียงโบกมือบ๊ายบายกลับก่อนน้องเล็กจะลากพี่ใหญ่ไปนั่งโต๊ะ

โอโนะได้กินโซบะสมใจ ส่วนจุนทำเพียงถอดแว่นกันแดดเสียบคอเสื้อแล้วท้าวคางมองพี่สูดเส้นโซบะเข้าปาก

โอโนะราวกับเด็กได้ลูกอม ลีดเดอร์ตรงหน้าโซ้ยเส้นโซบะเอาๆ แบบไม่สนใจคนพามากิน

“ไม่กินอะไรหรอ” โอโนะถามเมื่อสูดเส้นโซบะเข้าปากเสร็จ

“แค่เห็นก็อิ่มแล้ว” จุนตอบยิ้มๆ

อิ่มอกอิ่มใจ….

รีด้าทำหน้าไม่เข้าใจนักแต่ก็กินโซบะจนหมด จุนชิงเอาใบเสร็จไปจ่ายเงินให้ก่อนที่โอโนะจะควักกระเป็่าตังค์เสียอีก

นั่นทำหน้าลีดเดอร์หน้าหงิก

“วันหลังฉันจ่ายเองนะ” คนตัวเล็กพูดเสียงแข็งใบหน้าขมวดคิ้วนั่นไม่เหมือนคนโกรธแต่เหมือนเด็กโดนแย่งของเล่นมากกว่า

จุนหัวเราะก่อนยีหัวพี่ใหญ่

“อื้ม”

ให้ตายสิ ไม่น่าเชื่อว่าคนคนนี้จะแก่กว่าเขาเสียอีก

“เน่ๆ” โอโนะเดินต้อยๆตามหลังมัตสึจุนมาก่อนจะกระตุกชายเสื้อน้องเล็กเบาๆ

“หืม?”

“อยากกินไอติมอ้ะ” โอโนะชี้ร้านซอฟต์ครีมเล็กๆในช่องตึก จุนเหลือบตามองเหนือกรอบแว่นกันแดดไปที่ร้านก่อนมองหน้าโอโนะ

“อยากกินอ้ะ”

สีหน้าแบบนั้นจุนปฏิเสธไม่ลงจริงๆให้ตาย มัตสึจุนทำเพียงล้วงกระเป๋าแล้วเดินนำหน้าไปโดยมีโอโนะเกาะหลังเป็นเด็กๆ

“อะไรเล่ารีด้าา คนขายเขาไม่กัดหรอกก” จุนหันมามองโอโนะที่เกาะเสื้อเขาหนึบแทบจะสิงร่างเขาอยู่แล้ว

“เอาอันนู้น” โอโนะชี้นิ้วขึ้นไปบนแผ่นป้าย

“อันไหนน่ะ มีตั้งหลายแบบ”

“อันนั้นอ้ะ” โอโนะงึมงำเสียงง้องแง้งเหมือนเด็กผู้หญิงของพ่อซื้อขนม ก่อนจะเขย่งเอานิ้วชี้ป้ายที่อยู่สูงเกินไป จนจุนเอานิ้วชี้ให้

“อันนี้หรอ?”

“อีกอันนึง”

จุนขยับนิ้ว

“อันนี้?”

“….อันนั้นก็ได้” โอโนะกระพริบตาแล้วพยักหน้ากับตัวเองหงึกๆ เลยโดนจุนเขกหัวเข้าให้

“อันนั้นก็ได้หมายความว่าอะไร หาา สรุปจะเอาไหม?”

โอโนะขำ คึคึ ในคอก่อนจะพยักหน้า

“อื้อ”

จุนกัดปากตัวเองเป็นรอบที่แปดพันล้านตั้งแต่อยู่วงอาราชิมา หายใจเข้าหายใจออกสงบจิตใจไม่ให้คว้าลีดเดอร์มากอดรัดฟัดเหวี่ยงแรงๆ โอโนะก้มหน้าหัวเราะในคออยูด้านหลัง

ตั้งใจกวนประสาทกันชัดๆ

จุนหันไปสั่ง

“โคนชาเขียวสองครับ” ไม่ถึงสามนาที ซอปต์ครีมชาเขียวที่ถูกบีบบิดเป็นรูปเกลียวสีชาผสมนมดูละมุนนุ่มลิ้นเย็นฉ่ำกับกลิ่นชาอ่อนๆบนกรวยแป้งกรอบๆก็ลอยมาอยู่ในมือโอโนะ

จุนแบมือ

“อะไรอ้ะ?”

“เมื่อกี้บอกจะจ่ายเองไม่ใช่หรอ?” จุนยิ้มแล้วกระดิกใส่ลีดเดอร์เป็นเชิงว่า ‘ตังค์อ้ะ ตังค์’ โอโนะพยักเพยิดคาง

“มัตสึจุนจ่ายก่อน มือไม่ว่าง”

จุนเอียงคอ

โอโนะไม่พูดแต่งับยอดชาสีเขียวเข้าปาก สายตามองลงต่ำ

“เฮ้ย ยังไม่ได้จ่ายตังเลยนะ” จุนทำเสียงเอ็ดแต่ยังยิ้ม

พริบตาที่จุนกระดิกนิ้วรอเงินและฟุ้งซ่านกับท่าทางงับยอดซอฟต์ครีมนั่นโอโนะก็ซ้ายหันแล้ววิ่งสุดกำลังขาสั้นๆไปไกลลิบ

“เฮ็ยย รีด้า!!—” โอโนะได้ยิน แต่เขาจงใจหนี เขาได้ยินอยู่เห็นๆ แต่วิ่งหนีไปพร้อมซอฟต์ครีมนั่น

จุนจิปากแต่ก็อดขำไม่ได้ เจ้าตัวยื่นแบงค์พันเยนให้ร้านค้า “ไม่ต้องทอนครับ!” ก่อนจะวิ่งตามโอโนะไป

โอโนะมีกำลังเกินกว่าคนตัวเล็กไซส์นั่นจะมี แต่มันไม่มากไปกว่ามัตสึจุนหรอก ยิ่งเรื่องความโดะเอส น้องเล็กคนนี้ยิ่งไม่แพ้ใคร

ภาพจุนถือซอฟต์ครีมวิ่งตามลีดเดอร์นี่หาดูยากจริงๆ

โอโนะหันมา คงคิดว่าตัวเองพ้นแล้ว แต่ต้องตกใจที่จุนมาอยู่ประชิดหลังเขาแล้ว

“เฮ้ยๆๆ เดี่ยวๆๆๆๆๆๆๆ” โอโนะร้องลั่นขยับตัวเบี่ยงไปอีกทางก่อนยกซอฟต์ครีมขึ้นสูงเหมือนกลัวจุนจะมาแย่งมันไป แน่นอนว่าส่วนสูงแค่นั้นหนีมือจุนไม่พ้นหรอก

ความจริงมันแทบไม่ต้องถึงมือจุนด้วยซ้ำ โอโนะโบกซอฟต์ครีมไปมาแถมถอยหลังหนี นั่นก็พอที่จะทำให้ไอติมหล่นเผละสู่พื้นอย่างสวยงาม

ทุกอย่างเหมือนถูกกดพอส

โอโนะมองไอติมตกพื้น จุนก็มองด้วย

ถ้าเป็นเด็กผู้หญิง จะแหกปากแล้วร้องไห้ดังๆ ส่วนเด็กผู้ชายจะโมโหเพื่อนหัวฟัดหัวเหวี่ยง

ส่วนโอโนะ จะเบะปากทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบที่ชอบทำ แม้ว่าจริงๆแล้วเขาไม่ร้องไห้จริงหรอก

จุนเม้มปาก มองหน้าโอโนะที่ทำหน้า อ่า.. นั่นไง หน้าเหมือนเด็กโดนทำโทษแล้วถามตัวเองว่าทำไม

ให้ตายสิ จุนไม่ใช่ผู้หญิงที่มีอาการโดกิโดกิแบบสาวม.ปลาย หรือหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลออกมานอกอก

สำหรับจุนมันเหมือนพายุที่พัดอย่างคุ้มคลั่งในหัวที่คอยจะพัดแขนขาให้เข้าไปกัดโอโนะแรงๆ

น่ารักชะมัด น่าฟัดเป็นบ้า… จุนกัดปากล่างแบบเวลาต้องการควบคุมตัวเอง ก่อนจะยื่นซอฟต์ครีมในมือตัวเองให้

“อ้ะ”

โอโนะมองซอฟต์ครีมของน้องเล็ก

“ยังไม่ได้กิน ไม่ต้องห่วง” จุนชี้ที่ไอติม “เห็นไหมยังไม่มีรอยอะไรเลย”

โอโนะมองไอติมตกพื้นกับไอติมในมือจุน

“จะเก็บรึไงรีด้า ไม่เอางั้นฉันกินแล้วนะ” จุนทำท่าจะดึงกลับเอาเข้าปาก แต่โอโนะยื้อมือจุนไว้ก่อนงับซอฟต์ครีมคำโต เหลือไว้ให้จุนแค่โคนกับฐานซอฟต์ครีมอีกนิดหน่อย

“ให้” โอโนะพูดหน้าตายแบบที่ชอบทำเวลาป่วนคนอื่นหรือเล่นมุกก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋าเดินหนี

จุนมองโคนที่เหลือ ขบกรามอย่างหมันเขี้ยวก่อนงับซอฟต์ครีมที่เหลือต่อไปหนึงคำ มองคนตัวเล็กเดินเก๊กไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวไปข้างหน้าก่อนสาวเท้ายาวๆ เอื้อมมือไปดึงไหล่ลีดเดอร์ให้หันมาแบบไม่ทันตั้งตัว

และจูบโอโนะอย่างรวดเร็ว

ในมือจุนยังถือซากโคนซอฟต์ครีมชาเขียว อีกมือตรึงไหล่โอโนะ ไม่ได้บีบ เขาไม่ได้ประคองหน้าโอโนะให้เงยขึ้น เขาแค่ก้มหน้าตัวเองลงไป กดลงบนริมฝีปากโอโนะ

อันที่จริงเรียกได้ว่าเป็นจูบที่ค่อนข้าง รุนแรง…. มันไม่ได้ลึกซึ้ง แต่มันแค่เหมือนโดนบีบอัดและแน่นไปหมด โอโนะตาโต มือไม้ทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างเหมือนโดนพอสไปหมด เขาม่รับรู้อะไรรอบตัวทั้งสิ้น หูอื้อ ในหัวมีแต่สีขาวพร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีทอร์นาโดลูกใหญ่อาละวาดจากตัวจุนเข้ามาในตัวเขา

มันอาจแค่ห้าวิหรือห้านาทีเขาก็ไม่รู้ มีแต่ความรู้สึกเจ็บนิดหน่อยที่ริมฝีปากล่างเมื่อจุนงับมันแน่นๆ จุนไม่ได้กัด เขาแค่”งับ” กว่าโอโนะจะดึงสติกลับมาได้ และหายใจซักทีหลังจากเมื่อกี้ระบบร่างกายเหมือนช็อคจนลืมแม้กระทั่งวิธีหายใจ

จุนถอนใบหน้าออกไป ส่วนโอโนะถอนหายใจฟู่ใหญ่ ทอร์นาโดร์เมื่อกี้ทำเอาโอโนะจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกและนั่นทำลีดเดอร์กลั้นหายใจจนนห้าแดง

จุนทำเหมือนเมื่อกี้ไม่มีอะไร เขางับซอฟต์ครีมที่เหลือต่อ ส่วนโอโนะทำแต่จ้องมองอากาศเปล่า สายตาไม่ได้โฟกัสที่อะไร แถมตัวแข็งจนน่าเป็นห่วง

“เฮ้ ลีดเดอร์หายใจอยู่รึเปล่า”

จุนย่อตัวลงไปมองหน้าโอโนะที่แข็งค้าง

โอโนะเหมือนจะได้ยิน เขานึกขึ้นได้ เลยยอมหายใจต่อ

จุนขำหน่อยๆ มองสีหน้าที่ปกติจะทำหน้าเหมือนร้องไห้ไม่ก็กวนประสาท แต่ตอนนี้เข็งเป็นหุ่นขี้ผึ้งและลืมหายใจ ปากโอโนะเผยอค้าง ริมฝีปากล่างเป็นรอยเม้ม

จุนยู่ปาก

บ้าชะมัด เมื่อกี้เขาก็กัปากตัวเองแทบตาย ดีที่หยุดแค่นั้น ถ้าเขาหยุดไม่อยู่ไปมากกว่านี้ ไม่อยากจะคิดสภาพโอโนะ…. เยินเป็นตุ๊กตาผ้าโดนหมาฟัดแน่ๆ..

บรรยากาศเงียบไปครู่ใหญ่ และโอโนะก็ไม่ยอมขยับตัวเลย

นั่นทำจุนอึดอัด

“รีด้า ไปเถอะ โชจังกับนิโนะรอนะ”

โอโนะยังคงไม่เปลี่ยนสีหน้าแต่ยอมขยับขาลากไปทางสตูดิโอช้าๆเหมือนซอมบี้ จนจุนต้องมาดึงข้อมือให้โอโนะเดินให้เร็วกว่านี้

“ไปเร็วรีด้า”

“อื้อ”

นั่นเป็นคำแรกที่โอโนะเอ่ยหลังมันผ่านมาแล้วเกือบสิบนาที

………………..

talk:

บรนึ้มมมมมมมมมมม หาฟสด้หา่กเ้่าหกเ้ก่าหกเ้าสหเ้ ่าโอ้ยยยยยยยย เพิ่งลองแต่งจูบครั้งแรกนี่แหละค่ะะะะ

ตอนแรกก็คิดน้าว่าจะให้เป็นจูบน่ารักๆดีไหม แต่นิสัยอย่างจุน ไม่อ้ะะะะ ไม่แน่นอนนนนนนนนนน เราคิดไว้ว่าอิมเมจจุนต้องเป็นจูบแบบดุดัน รุนแรงหน่อยๆ แต่ไม่ได้ขนาดบดขยี้ กระทำชำเราอะไรขนาดนั้น(..) เหมือนทอร์นาโดร์ที่พัดๆๆ มาโคร้ม แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว

แถมในความคิดเราอาจคงอิมเมจโดะเอสของจุนไว้มากกว่าความหล่อ หรือโมเม้นน้องตัวแสบ จุนเป็นคนสุภาพน่ารัก ปากไม่ร้าย(ถ้าเทียบกับนิโนะ) แต่ด้านมือนี่เราว่านางแสดงออกมาตลอดแหละ แต่มาแบบเนียนๆไม่มีใครสังเกตุ…(อิอิอิอิอิอิ) เรายังไม่รู้ว่าอันนี้จะทำเป็นซีรีส์ต่อ หรือคแ่นี้จบ ถ้ามีคนสกรีมด้วยอามีต่อ แต่ไม่ได้วางพล็อตไว้นะ มันมาตามอารมณ์แฟนเกิน อย่างไรก้ขอบคุณที่อ่านค่ะ

ปล. ซากุมิยะอิสคัมมิ่ง———

ปล. พิมตอนใกล้ๆเที่ยงคืนค่ะ ง่วงแต่แรงติ่งพานอนไม่หลับ หากเจออะไรผิดพลาดเบลอไปนะคะ
ปล.อันนี้เคยลงเวอร์ดเพรสแต่เอามาลงนี่โด้ยยยย

[EHW] hello Griffindor! Ricardo Maria

posted on 03 Dec 2013 18:22 by sammie-aii
มาเรี้ย มาเรียยยย #พร่อม
 
ฮรี่อยากลงบ้าง///7///
เป็นอะไรที่ติ่งมาก
 
 
 
ฮรี่ อยากเล่นกริฟมานานละ
 
เอาหนุ่มสเปนมาลงแหละ ฟหด่าหส่ดสกา
 
/นึกเสียงดนตรีแบบแต๊งๆ สไตล์สเปนประกอบก้วยนะ
 
 
แฮ่ ตาหวานอะเด้ยยย #อะไร
 
ชื่อ : ริคาร์โด มาเรีย [Ricardo Maria]

อายุ :16

โรงเรียน :ฮอกวอตส์ /กริฟฟินดอร์

ชั้นปี :6

เพศ :ชาย

เผ่าพันธุ์ : มักเกิ้ลบอร์น

วันเกิด : 16/06

กรุ๊ปเลือด :B

ส่วนสูง/น้ำหนัก :181/73

สีผม :น้ำตาลออกแดง

สีตา :น้ำทะเลขุ่น

ไม้กายสิทธิ์ : ไม้ซีดาร์  แกนเหล็กในของบิลลี่วิก ยาว 12นิ้ว ความยืดหยุ่น sturdy

สัตว์เลี้ยง : นกฮูกทะเลทรายตัวเล็กๆ โง่ๆ เห็นแก่กิน 

นิสัยตัวละคร :
-เรียบร้อย น่ารัก หนุ่มร่าเริงเทือกนั้นแหละ

-ตั้งใจเรียน การเรียนค่อนข้างดี
 
-คุยเก่งชอบคุย

-รักสัตว์

-โดยเฉพาะสัตว์ขนนุ่มๆ
 
-ถ้าเจอคนนิสัยไม่ดี จะไม่คุยด้วย
 
-มองโลกในแง่ดี
 
-ดีมากจนเมินความจริงได้
 
-ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นมักเกิ้ลบอร์น
 
-เพราะกลัวโดนมองว่าแปลกๆอ้ะสิ
 
-เป็นพวกไม่เครียดกับอะไรเลย (...)
 
-ไม่จริงจังนั่นแหละ....
 
-เหมือนจะตามคนไม่ทัน
 
-ก็ตามไม่ทันจริงๆนั้นแหละ
 
-ชอบวิชาสมุนไพรเป็นพิเศษ
 
-ชอบควิดดิชมาก
 
-เป็นพวกไม่ถือเรื่องสกินชิป เจอใครก็ชอบจับ จูบที่หลังฝ่ามือบ้าง กอดบ้าง
 
-แต่ไม่มีเจตนาลวนลามหรอกนะ
 
-ก็เพราะว่าเป็นสเปนหนะสิ
 
-ดังนั้นหอมแก้มผู้ชายหรือผู้หญิง ก็ไม่ได้คิดอะไร
 
-ดีใจกับใครมากๆ จะชอบหอมแก้มสองข้าง....(เวลาโรลถ้าผปค.ท่านใดไม่ชอบบอกได้นะคะ orz''')
 
-ไมได้ลวนลาม....จริงๆนะ
 
-เรียกคนอื่นว่าซิณเญอ หรือ ซิณเญอริต้า  บางครั้งอาจมีหลุดสเปนออกมาบ้าง
 
-เห็นแบบนี้ไม่ชอบโอ๋หรือปลอบใคร
 
-ถ้ารู้จุดอ่อนใครเข้าละก็ อยากจะแกล้งเหมือนกัน
 
-แต่ก็ไม่ได้แกล้งแรงหรอกนะ
 
-ถ้าริคาร์โดออกเสียยงลำบาก จะเรียกว่าริชาร์ ก็ไม่ว่ากันหรอก
 
-แต่ส่วนตัวไม่ชอบให้เรียกว่าริคเท่าไหร่..
 
-ถ้าเรียกนามสกุล ให้เติมว่า ซินเญอ หรือ มิสเตอร์ ด้วยก็ดีนะ ไม่งั้นเดี๋ยวเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงอ้ะ...
 
-อื่นๆในโรล
 
 
ประวัติ
 
-สัญชาติสเปน สายเลือดสเปน พูดได้ทั้งสเปนและอังกฤษ


-เป็นเด็กน่ารัก ไม่มีปัญหาที่โรงเรียน เรียนค่อนข้างดีในโลกมักเกิ้ล


-เกิดในครอบครัวมักเกิ้ลฐานะค่อนข้างดี พ่อกับแม่หย่ากันตอนอายุได้6ขวบ


-อาศัยอยู่กับแม่ เลยโดนจับให้ใช้นามสกุลแม่(มาเรีย)

-และโดนแม่สั่งห้ามถามถึงนามสกุลเก่าหรือพ่อ

-ริคาโดเลยต้องทำเป็นไม่สนใจ ไม่รับรู้ในส่วนนั้น

-และสร้างความเชื่อให้ตัวเองว่า พ่อไม่ดี แม่เลยอยู่กับพ่อไม่ได้ และเข้าใจแบบนั้นมาตลอด


-จนกระทั่งได้รับจดหมายจากฮอกวอตส์ ตอนแรกเข้าใจว่า เป็นเพียงการแกล้งล้อเล่น

-แต่จดหมายถูกส่งมา มากขึ้น มากขึ้น จนแม่เริ่มตกใจ เพราะไปที่ไปรษณีย์ก็ไม่มีข้อมูล เลยเริ่มวิตก


-จนกระทั่งมีพ่อมดมารับตัวริคาโดที่บ้าน ทำให้แม่ของริคาโดช็อกมาก จึงได้จัดของและยอมส่งลูกชายเข้าฮอกวอตในที่สุด


-หลังจากริคาโดเข้าฮอกวอต และเมื่อปิดเทอมแรก กลับบ้านและไม่เจอใครเลย


-แม่ริคาโดหนีหายไปและไม่ได้ข่าว ไม่มีการติดต่อกลับมา


-ริคาโดที่อายุเพียง 12 ในตอนนั้น จำเป็นต้องกลับโลกเวทย์มนตร์ ถูกส่งไปอยู่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า

-ด้วยความที่เป็นเด็กดี(?) เลยได้พ่อมดแก่ๆตัวคนเดียว อุปถัมภ์ไปเลี้ยงไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ส่วนเรื่องนามสกุลนั้นเจ้าตัวขอไม่เปลี่ยน
 
โสดดด ได้ทั้ง BL NL
 
ทวิตยังไม่ได้สมัคร ก่ะ ;_; เอาไว้ถ้าคิดว่าเล่นบ่อยๆ ค่อยสมัคร
มาเล่นกันได้ยยยย์

edit @ 8 Jul 2015 22:51:48 by Samm-iow

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงมโนของสาววายเพี้ยนๆคนนึง
อันเนื่องมาจากดิชั้นฟินก้องแสตมป์ ใน the voice ss2 มวากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
และถือโอกาศฝึกมือ หลังจากไม่ได้แต่งมานาน
เรื่องนี้เป็น bromance ส่อวาย ใครไม่ชอบกดออกนะคะ
 
-------------------------------------------------
 
รายการ the voice ตัวจริง เสียงจริง ผู้เข้าประกวดสามารถเลือกโค้ชที่กดเลือกเรา หากใครโชคดี โค้ชทั้งสี่พร้อมใจกันกดเลิอก คงเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว...
 
แต่ทำไม.....
 
"หนูว่า...หนูเลือกพี่ก้องค่ะ"
 
 
 
"ผมเลือกพี่ก้องครับ"
 
 
 
"เลือก...พี่ก้องค่ะ"
 
 
 
"เลือกโค้ชก้องค่ะ"
 
และ..
 
 
 
"อ่า เลือกโค้ชก้องครับ"
 
 
เป็นประโยคที่สุดแสนจะทำแสตมป์ อภิวัช น้ำตาไหล ตั้งจัดรายการมา ทำไมมมมมมมมมมมมม
ทุกครั้งที่เขากดพร้อม หนุ่มยิ้มหวานนามก้อง สหรัถทีไร มีโอกาศแค่10% ที่เขาจะได้นักร้องที่ต้องการมาอยู่ในทีม
 
แค่พี่ก้องยิ้ม และบอกว่า "อยู่กับผมนะ" 80%ของผู้หญิงที่มาพร้อมใจเลือกชายผู้นี้ทันที
ส่วนอีก 10% น่ะหรอ ก็เฉลี่ยกันไป หากโจอี้ หรือ คุณคิ้มพร้อมใจกันกดด้วย
 
อย่างไรก็ตาม แสตมป์ปฏิเสธไม่ได้ว่า รอยยิ้มผู้ชายคนนี้ดึงดูดคนได้มากเหลือเกิน ทั้งวิธีการพูดที่นุ่มนวล ดูเป็นคุณชาย ในขณะที่เขาแย่งใครพูดไม่ค่อยทัน แถมยังออกเอ๋อๆด้วยซ้ำ
 
"คาาาาาาาาาาา-ต โอเค วันนี้ขอบคุณมากนะครับ" เสียงโปรดิวเซอร์ตะโกนหลังกดปิดกล้อง โจอี้ บอย กระโดดวิ่งเข้าไปหาลูกทีมหลังฉากทันที แสตมป์ปล่อยตัวย้วยฟุบไปกับแท่นเก้าอี้ของรายการ
 
และมีใครเดินเข้ามา อาจเป็นโปรดิวเซอร์
 
"อ่า วันนี้ผมกลับก่อนนะครับ เดี๋ยวกลับเอ------ " ไม่ใช่โปรดิวเซอร์ แต่เป็น นักร้องรุ่นใหญ่ที่ใครๆต่างพากันกรี๊ด ก้อง สหรัถ  หรือที่เรียกกันว่า พี่ก้องๆ นั่นเอง....
 
"อ้าว พี่ก้อง" แสตมป์ฉีกยิ้มตาหยีแบบสไตล์ตัวเอง "วันนี้แย่งผมไปเยอะเลย" ว่าแล้วก็เหยียดแขนบนแท่นเก้าอี้
 
ก้องยิ้ม
"วันนี้พี่ก็จะกลับก่อน เดี๋ยวกลับกับพี่ก็ได้" ก้องควงกุญแจรถในมือ
"โฮ่  งั้นกลับรถไฟฟ้ากับผมมั้ยละ" แสตมป์แหย่ แบบที่โจอี้ชอบแซวเขาเวลาก้องกับเขากดพร้อมกัน
"ถ้านายอยากได้ก็เอาสิ"
รอยยิ้มนั่น พอชัดๆแล้ว ยิ่งนุ่มนวลหน่าหลง ไม่แปลกใจโว้ยย ทำไมคนไม่เลือกเขา
"เดี๋ยวเจอแฟนคลับวิ่งมารุมทึ้งหรอก" แสตมป์ลุกจากเก้าอีเดินไปกับอีกฝ่าย
 
ก้องยังคงยิ้มบางๆ แล้วเดินออกไปพร้อมๆกับชายหนุ่มตัวเล็กกว่า
และไม่ลืมจะโอบไหล่อีกฝ่ายไว้ด้วย
 
 
 
 
 
 
 
 
ก็ไหล่น่ากอดนี่..........................
 
 
แสตมป์ไม่ว่าอะไร มันเป็นเรื่องปกติ ที่ใครๆก็ชอบโอบไหล่เขา (ไม่เว้นแม้แต่พี่คิงที่ชอบกอดไหล่ไม่ก็โอบเอวทั้งๆที่เขาสูงกว่าแท้ๆ.....)
 
 
"อ้ะ....เดี๋ยวผมไปเอากระเป๋าก่อน" แสตมป์ว่า
 
"เดี๋ยวพี่ไปเอาให้ จะไปคุยกับโปรดิวเซอร์แป๊บนึงด้วย" ก้องทำท่านึกขึ้นได้ ก่อนจะหยิบกุญแจรถใส่มืออีกฝ่าย "ไปรอที่รถเลย"
 
"ไม่ไปแล้วรถไฟฟ้าแล้วหรอครับ?" แสตมป์แกล้งถามแซวหน้าตาย
 
ก้องเม้มริมฝีปากล่างทำหน้าหมั่นเขี้ยวแล้วยีหัวคนตัวเล็กกว่าเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปในสตูดิโอ
.
.
.
..
.
.
 
แสตมป์นั่งฮัมเพลง "ผมจะรอ" ประชดสถานการณ์ในรถหรูของก้อง
มองซ้ายมองขวา รถสีใหม่เอี่ยม เบาะมันเป็นเงา สเตอริโอสุดหรู หมอนบนเหมาะหนังแท้ นุ่ม
 
 
นี่สินะที่เขาเรียกว่า หล่อ รวย ป๋า .................................................แก่  แสตมป์แอบขำมุกของคิ้มในใจ
จนได้เสียงเคาะกระจกจากฝั่งคนขับ
 
ก้องนั่นเอง
 
แสตมป์พึ่งนึกได้ว่าเขาล็อกรถ เขาโน้มตัวไปปลดล็อกอีกฝั่ง พร้อมกับเปิดประตูให้ ก้องเองก็คิดว่าแสตมป์ปลดอย่างเดียวเลยไม่ได้หลบ
 
โป้ก!
 
 
 
 
 
 
ขอบประตูกระแทกหัวคนหล่ออย่างจัง
 
 
 
 
"ฮ่ะ  เฮ้ย  พี่ก้อง!! ขอโทษครับๆๆ" แสตมป์พูดรัว แต่ก็อดขำไม่ได้ ที่คุณชายใส่สูทตรงหน้าเซไปด้านหลังเอามือกุมหัว แต่ปากกลับหัวเราะร่า
 
"อ่า...เจ็บๆๆ" ก้องถูกหน้าผากตัวเอง
 
"ฮ่า ฮ่ะ ขอโทษ ครับ... ฮ่า"  แม้จะรู้สึกผิด แต่แสตมป์ก็ขำ..................
ก้องยิ้มมุมปากก่อนจะชี้หน้าอีกฝ่ายแบบกึ่งดุกึ่งขำ
.
.
.
.
ในรถนอกจากเสียงฮัมเพลงของแสตมป์ ก้องก็เงียบแล้วมองตรงไปข้างหน้า
"แสตมป์หิวอะไรมั้ย" ในที่สุดก็มีบทสนทา.............................บทสนทาแบบคิดอะไรไม่ออกถึงได้พูด....
 
"ไม่ล่ะครับ"
 
"ไม่กินข้าวเย็นหรอ"
 
"ไม่เป็นไรครับ ไม่ค่อยหิวมาก"
 
"เสียสุขภาพนา" ก้องว่า "งั้นเดี๋ยวพี่แวะซื้อของแป๊บนึงนะ"
 
"ตามสบายเลยพี่ก้อง"
 
ก้องรีบวิ่งลงจากรถไปซื้อของ ไม่ลืมที่จะหยิบแว่นกันแดดไปด้วย
ให้ตายสิ..........แสตมป์คิด ขนาดท่าวิ่งยังหล่อเลย...... อยากเป็นได้ซักครึ่งนึงของผู้ชายคนนี้เหมือนกัน.....
.
.
.
.
.
.
.
 
ไม่รู้ว่าเขาไปนานหรือแสตมป์ง่วงกันแน่ ตอนก้องกลับมาพร้อมฮอทด็อกเวฟ แซนวิช แฮมเบอเกอร์ แสตมป์กอดกระเป๋าเอียงคอหลับไปแล้ว ก้องได้แต่ยิ้มแล้วยีหัวอีกฝ่ายแบบที่ชอบทำ
...
.
.
 
 
 
 
ก็น่าหมั่นเขี้ยวนี่ กอดกระเป๋าหลับมันน่าถ่ายรูปไว้ล้อจริง
ก้องยิ้มกับตัวเองก่อนตัดสินใจจะไม่ปลุก ขับรถไปเรื่อยๆจนถึงบ้านของรุ่นน้องคนนี้
 
 
.
.
.
.
.
 
แสตมป์ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่
แต่สะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนที่รู้สึกร้อนวาบข้างแก้ม
 
"....ฮ่ะ" เขาสะดุ้ง "โธ่พี่ก้อง ร้อนนะ" แสตมป์บ่น
 
ก้องใช่วิธีปลุกแสตมป์โดยเอาฮอทด็อกร้อนๆนั่นแนบแก้มเขา
 
 
"ถึงบ้านเราแล้ว จะนอนต่อจนถึงบ้านพี่เรอะ"
แสตมป์ขำเบาๆ ก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเปิดประตูรถ
"เดี๋ยวๆ เอาไปด้วย พี่ให้" ก้องเรียก ก่อนจะหยิบถุงอาหารที่เอาแนบแก้มเขาเมื่อกี้ให้ "เดี๋ยวไม่มีอะไรกิน เขียนเพลงแล้วเป็นลมทำไง"
 
"โห  ขอบคุณครับ" แสตมป์ไหว้ก่อนจะรับแบบ...........ไม่ลังเล.....(...)
 
"พรุ่งนี้เจอกัน" ก้องส่งยิ้ม ก่อนจะเคลื่อนรถออกไปจนลับตา
 
แสตมป์ได้แต่ยิ้มแก้มปริเกาคอตัวเองก่อนจะเดินเข้าบ้านพร้อมกับมื้อเย็น
....................................................
 
 
 
 
โฮรววววววววว จริงๆนะ ฟิคนี้แต่งแบบไม่มีพล็อต อยากใส่อะไรที่กร๊าวๆก็ใส่ ไม่มีไคลแม็กซ์ อยากจบก็จบคือ แบบดูเดอะวอยซ์ช่วงแบบ
อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงงง
 
 
/โดนดาเมจตาย
ไม่เป็นไรนะคะ มีแสตมป์อยู่
 
คุณก้องคะะะะะะะ
 
 
เป็นผู้ชายไทยคนแรกที่กรี๊ดขนาดนี้ ปกติกรี๊ดแต่ พี่เบน พี่ทอม ลุงฮิวจ์ ป๋าคลูนี่ ฟหดฟหด่เากสเ่าง
 
ตอนเดอะวอยซ์เฮียแกชอบหยอดมุกกับแสตมป์อ่ะ น่ารักกก ไอ้ท่าปาดน้ำตามันนนนนนนนน ฟหด่ฟหาสด่ #ปีหน้าหนูจะไปออดิชั่นนะคะ #เพ้อ
 
แถมแสตมป์แลดูกวนๆขึ้นนะ แอบน่าสงสารแย่งกับพี่ก้องทีไหร่ไม่เคยได้
 
"ถ้าเป็นพี่ก้องแตมป์ก็ยอมอ้ะ"
 
กองอวยปริ่มค่ะะะะะะะะะะะะะะะะะ
/แหกปากกรี๊ดด้วยความฟิน
 
ความรู้สึกตอนดูมันแบบ
 
 
#แบบก้องคะก้องคะก้องคะขุ่นพี่ก้องขราาา #เบลอมันไป
 
 
 
จริงๆนะ ปกติไม่เคยติดเรียลบลิตี้ ขนาดนี้ นับว่าเป็นรายการไทยอันแรกที่ติดอ้ะ #โดดซ้อมรอบสุดท้ายกลับบ้านก่อนเพื่อนเพื่อมาดู #เลว
 
ใครสนใจมาสรครีม คุณก้อง ไม่ใช่แค่คุณก้องนะคะ พี่เบน พี่ทอม ทั้งทอมฮิด ทอมเฟล ทอมแฮงค์ คริสอี คริสไพน์ คริสเฮม ซีรีส์ฝรั่งอีกมากมาย พร้อมกองทัพหนุ่มบริธิช ลามไปยันคอสเพลย์ มาคุยในทวิตเราได้
 
@mmyu_aiichii<<<<มาสครีมกันซร่ะะะะะะะะะะะะ
 
เราแอบลงแฟนอาร์ตไว้ด้วยค่ะ มาคุยกันนะะะ
 
ปล.ใครเพิ่งหลงเข้ามา ฝากฟิคอื่นๆเราด้วยค่ะ..\(_ _)/
 
 
 

edit @ 8 Oct 2013 14:03:52 by Samm-iow